ตู้เย็นร้อน

ตู้เย็นร้อน สาเหตุและวิธีการแก้ไขด้วยตัวเอง

 

ตู้เย็นร้อน

 

    ตู้เย็น... เป็นอุปกรณ์คู่บ้านที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำหน้าที่ในการช่วยรักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบ และอาหารที่แช่เย็นเอาไว้ไม่ให้เกิดการเน่าเสียก่อนเวลาอันควร ซึ่งจากการทำงานตลอดเวลานี้เองที่ทำให้ตู้เย็นอาจเกิดการเสื่อมสภาพ เสียหาย และชำรุดได้เช่นกัน ทำให้คนที่ช่างความสงสัยเมื่อเห็นอาการผิดปกติของตู้เย็นอย่างเช่น “ตู้เย็นร้อน” บริเวณผนังด้านข้าง เกิดความกังวลว่าตู้เย็นกำลังจะเสียหรือเปล่า!? ถ้าหากใครกำลังเกิดความสงสัยดังกล่าว บทความชิ้นนี้มีคำตอบมาเฉลยให้ฟังกัน....

ผนังของตู้เย็นด้านข้างร้อน เกิดขึ้นจากสาเหตุใด!?

 

ตู้เย็นร้อน

 

ตู้เย็นด้านข้างร้อนเพราะการทำงานของ Condensor

 

บริเวณด้านข้างของตู้เย็นทั้งซ้านและขวาจะมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า Condensor ซึ่งเจ้าตัว  Condensor จะทำหน้าที่ให้น้ำยาเพื่อระบบการทำงานของตู้เย็นในลักษณะที่เป็น"แก๊ส" และแก๊สตัวนี้จะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวด้วยการระบายความร้อนนั่นเป็นสาเหตุทำให้บริเวณด้านข้างของตู้เย็นมีความดันและอุณภูมิสูงขึ้น จึงส่งผลให้ด้านข้างของตู้เย็นร้อนจนทำให้บางทีผู้ใช้ก็สัมผัสได้ถึงลมร้อนหรือความร้อนบริเวณดังกล่าว

 

ตู้เย็นด้านข้างร้อนเพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

 

สาเหตุที่ทำให้ผนังตู้เย็นด้านข้างร้อนขึ้น เกิดจากการที่ท่อ Hot Line ที่ถูกติดตั้งเอาไว้ด้านข้างของตัวเครื่อง ที่ทำหน้าที่ในการป้องกันการสร้างน้ำค้างหรือน้ำแข็งเกาะที่ใกล้ประตูมีอุณหภูมิสูงขึ้น  ความร้อนที่เกิดขึ้นดังกล่าว จึงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทำงาน แต่ในบางครั้งผนังของตู้เย็นอาจร้อนมากกว่าปกติ ในช่วงของฤดูร้อนที่อากาศทั่วไปมีอุณหภูมิสูง

เรียกได้ว่าการที่ด้านข้างของตู้เย็น มีความร้อนออกมานั้นเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความร้อนด้านข้างตู้เย็นนั้นร้อนกว่าปกติที่เคยเป็น เมื่อนั้นจึงเรียกว่าอาการผิดปกติ

ซึ่งก่อนจะเกิดอาการเช่นนั้นเราควรป้องกันและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้ตู้เย็นร้อนจนเกินไปจะดีกว่า

 

#9 วิธีแก้ไขป้องกัน และการช่วยลดความร้อนของผนังตู้เย็นให้น้อยลง

 

ตู้เย็นร้อน

 

สำหรับวิธีการแก้ไข และช่วยลดความร้อนของผนังตู้เย็นให้น้อยลงนั้น สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ดังต่อไปนี้

 

#1 แก้ปัญหาตู้เย็นร้อน โดยเว้นระยะห่างจากผนังเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น

 

เพียงแค่ทำการติดตั้งตู้เย็นโดยเว้นระยะห่างด้านข้าง และด้านหลังให้ห่างจากกำแพงอย่างน้อย 5-15 ซม. เพื่อให้มีช่องว่างให้อากาศเกิดการไหลเวียนได้อย่างสะดวกมากขึ้น ในส่วนของเพดานควรเว้นระยะห่างอยู่ที่    30 เซ็นติเมตร

 

#2 แก้ปัญหาตู้เย็นร้อนด้วยการหมั่นทำความสะอาดคอมเพรสเซอร์

 

บริเวณด้านหลังของตู้เย็นจะมีคอมเพรสเซอร์ติดตั้งเอาไว้ ซึ่งจะทำหน้านที่ในการควบคุมอุณหภูมิ และระบายความร้อนของตู้เย็น ถ้าหากในบริเวณดังกล่าวมีคราวสกปรก ฝุ่นละออง และขนสัตว์ติดอยู่เป็นจำนวนมาก ตู้เย็นก็จะทำงานหนักมากขึ้น ส่งผลให้ตู้เย็นร้อนมากขึ้นตามไปด้วย การหมั่นทำความสะอาดย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการช่วยป้องกันได้เป็นอย่างดี

 

ตู้เย็นร้อน

 

#3 แก้ปัญหาตู้เย็นผนังร้อนด้วยการหลีกเลี่ยงการแช่สิ่งของที่มีความร้อนในตู้เย็น

 

การเก็บอาหารเข้าตู้เย็นเพื่อรักษาความสดของอาหาร ไม่ควรแช่อาหารที่ปรุงสำเร็จและมีความร้อนหรืออุณหภูมิสูงเข้าตู้เย็นทันที เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ของตู้เย็นทำงานหนัก อีกทั้งยังส่งผลต่ออาหารรอบๆที่วางไว้ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย

 

#4 แก้ปัญหาตู้เย็นผนังร้อนด้วยการหลีกเลี่ยงการแช่ของในตู้เย็นมากเกินไป

 

การแช่ของในตู้เย็นไม่ใช่แค่คำนึงถึงอุณภูมิของสิ่งของนั้นๆเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงปริมาณด้วย ควรรักษาสมดุลของการแช่ของในตู้เย็น ไม่ควรแช่ของในปริมาณที่เยอะจนแน่นตู้เย็นเพราะจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่เพียงพอและตู้เย็นต้องทำงานหนักจนเกิดเป็นความร้อนที่เกินควรบริเวณด้านข้างของตู้เย็นได้

ในทางกลับกันการแช่ของในตู้เย็นน้อยเกินไปก็ไม่เป็นผลดีกับตู้เย็นเช่นเดียวกัน ดังนั้นควรรักษาความพอดีให้ดีเพื่อการใช้งานของตู้เย็นที่ยืนยาวไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆให้สิ้นเปลืองกระเป๋าสตางค์

 

#5 แก้ปัญหาตู้เย็นผนังร้อนด้วยการติดตั้งเอาไว้ในสถานที่ที่เหมาะสม

 

สถานที่ในการติดตั้งตู้เย็นก็ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิของตู้เย็นได้เช่นกัน เช่น การติดตั้งตู้เย็นเอาไว้ใกล้แหล่งกำเนิดควาร้อนมากจนเกินไป ชิดกับผนังที่มีแสงแดดส่องกระทบตลอดเวลา หรือมีแสงแดดส่องเข้ามากระทบตู้เย็น หรือแม้แต่ตั้งอยู่เย็นไว้ใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความร้อนสูง เช่น ตู้อบ เตาแก๊ส เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบทำให้ผนังตู้เย็นเกิดความร้อนมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้น จึงควรให้ความใส่ใจกับการตำแหน่งของตู้เย็นให้มีความเหมาะสมด้วย

 

4 จุดควรผ่านไม่ควรเอาตู้เย็นไปตั้ง
  1. ไม่ควรตั้งตู้เย็นในห้องแอร์
  2. ไม่ควรตั้งตู้เย็นในห้องนอน
  3. ไม่ควรตั้งตู้เย็นข้างเตาไฟ
  4. ไม่ควรตั้งตู้เย็นบนพื้นที่ไม่ทนน้ำ

#6 แก้ปัญหาตู้เย็นผนังร้อนด้วยการไม่ใช้ปลั๊กไฟร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ 

 

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานค่อนข้างสูง ดังนั้นการเลือกเสียบปลั๊กตู้เย็นไม่ควรเลือกบริเวณที่มีการเสียบปลั๊กร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ควรเป็นปลั๊กบริเวณที่มีการเสียบปลั๊กของตู้เย็นเพียงเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งไฟกันและทำให้ตู้เย็นทำงานหนักจนเกิดอาการ ร้อนไปทั้งผนังของตู้เย็นและก่อให้เกิดอันตรายได้

 

#7 แก้ปัญหาตู้เย็นผนังร้อนด้วยการไม่ตั้งตู้เย็นไว้ใกล้ที่เปียกชื้น

 

การตั้งตู้เย็นให้ห่างไกลจากบริเวณที่เปียกชื้น เช่น ห้องน้ำ อ่างล่างหน้า อ่างล้างจาน เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตู้เย็นร้อนเนื่องจากการทำงานหนัก อีกทั้งยังช่วยป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจนอีกด้วย แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรเว้นระยะห่างสักนิดเท่าที่ทำได้จะดีกว่าการตั้งตู้เย็นให้ติดและแนบชิดกับที่เปียกชื้นไปเลย

 

#8 แก้ปัญหาตู้เย็นผนังร้อนด้วยการหมั่นละลายน้ำแข็ง

 

หากตู้เย็นบ้านไหนไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ ควรหมั่นละลายน้ำแข็งด้วยระบบอัตโนมือ และยิ่งในช่วงหน้าร้อน ตู้เย็นมักทำงานหนักจนก่อให้เกิดน้ำแข็งเกาะตามผนังมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ควรจัดการละลายน้ำแข็งในตู้เย็นอย่างน้อยอาทิตย์ละ  2  ครั้ง เพื่อลดปัญหาการทำงานหนักของคอมเพรสเซอร์ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาตู้เย็นร้อนจนผิดปกติ

 

#9 แก้ปัญหาตู้เย็นร้อนด้วยการเปลี่ยนตู้เย็นเครื่องใหม่

 

บ้านไหนที่ใช้งานตู้เย็นมามากกว่า 10  ปีบ้านนั้นควรพิจารณาเรื่องการซื้อตู้เย็นใหม่ได้แล้ว เนื่องจากตู้เย็นที่ผ่านการใช้งานมานานกว่า  10  ปีจะทำให้การทำงานของตู้เย็นเสื่อมสภาพ ตู้เย็นจะกินไฟและปล่อยสารที่เรียกว่า CFCs ซึ่งจะทำลายชั้นโอโซนและทำให้เกิดภาวะโลกร้อน อีกทั้งตู้เย็นเก่าๆมักจะทำงานหนักและปล่อยความร้อนออกมามากกว่าปกติอีกด้วย

 

4 ปัจจัยควรพิจารณาเมื่อต้องการซื้อตู้เย็นใหม่
  1. ฉลากประหยัดไฟที่แปะบนตู้เย็น
  2. ขนาดและความจุของตู้เย็น
  3. นวัตกรรมช่องแช่แข็ง
  4. ฟังก์ชั่นเสริมของตู้เย็น

 

แต่ถ้าตู้เย็นบ้านไหนยังไม่เก่าถึงขั้น 10 ปี และยังไม่มีอาการผิดปกติใดใดดังต่อไปนี้ คุณก็ยังสามารถใช้ตู้เย็นนั้นๆได้อยู่ แต่ถ้าเกิดมีความปกติตามที่กล่าวไว้ด้านล่างเพียงข้อใดข้อหนึ่งแล้วล่ะก็ ควรพิจารณาส่งซ่อมกับทางศูนย์บริการของยี่ห้อตู้เย็นนั้นๆ หรือจะเป็นร้านบริการซ่อมตู้เย็นที่สะดวกและไว้ใจได้ก็ได้

 

ตู้เย็นร้อนผิดปกติ จนเข้าขั้นใกล้พังจนควรส่งซ่อม สังเกตได้อย่างไร!?

 

ตู้เย็นร้อน

 

ถึงแม้ว่าปัญหาตู้เย็นร้อนเป็นเรื่องที่ธรรมดา แต่บางครั้งการที่ผนังตู้เย็นร้อนจัดก็อาจเป็นสัญญาณที่ตู้เย็นกำลังพยายามบอกว่าใกล้พังเต็มที ต้องการซ่อมบำรุงเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเช่นเดิม โดยสัญญาณที่บอกว่าตู้เย็นใกล้พังแล้วนั้น มีอยู่ทั้งหมด 7 ข้อ ที่ควรให้ความใส่ใจ ดังต่อไปนี้

 

1.อาหารเกิดการเน่าเสียก่อนกำหนด

ถ้าหากอาหารเกิดการบูดเน่าเสียก่อนกำหนด ตู้เย็นอาจกำลังประสบกับปัญหาด้านอุณหภูมิ โดยอาจเกิดขึ้นได้จากเครื่องควบคุมอุณหภูมิ คอยล์ร้อนไม่ได้รับการทำความสะอาด หรือมอเตอร์ชำรุด เป็นต้น

 

2.ปัญหาน้ำแข็งเกาะผนังตู้เย็น

 

อาจเกิดขึ้นจากคอยล์เย็นด้านในถูกน้ำแข็งเกาะ หรือเครื่องวัดอุณหภูมิทำงานได้อย่างไม่เป็นปกติ

 

ตู้เย็นร้อน

 

3.ปัญหาช่องแช่แข็งมีน้ำแข็งเกาะมากจนผิดปกติ

 

อาจเกิดขึ้นจากตัวควบคุมอุณหภูมิเกิดปัญหา จนทำให้เกิดการหลั่งของสารทำความเย็นที่มากจนเกินพอดี ทำให้เกิดปัญหาน้ำแข็งเกาะมากขึ้นจนผิดปกติ

4.ปัญหาไม่ได้ยินเสียงคอมเพรสเซอร์ทำงาน

 

ถ้าหากไม่ได้ยินเสียงของคอมเพรสเซอร์ทำงาน แต่ไฟภายในตู้เย็นยังติดอยู่ คอมเพรสเซอร์อาจชำรุด ให้ลองทำการปรับอุณหภูมิความเย็นให้สูงสุด แต่ถ้ายังคงเงียบอยู่แสดงว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากคอมเพรสเซอร์อย่างแน่นอน

 

ตู้เย็นร้อน

 

5.ปัญหาน้ำซึมออกมาจากตัวเครื่อง

 

อาจเกิดขึ้นจากอุณหภูมิของตู้เย็นที่เพิ่มสูงมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อาจเกิดขึ้นจากการปิดประตูไม่สนิท ขอบยางเสื่อมสภาพ ทำให้อากาศภายนอกไหลเข้าไปภายในจนอุณหภูมิสูงขึ้น

 

6.ปัญหาช่องแช่แข็งเย็น แต่ช่องแช่เย็นไม่เย็นอย่างที่ควร

 

อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น พัดลมมอเตอร์ชำรุด สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนมอเตอร์ใหม่ แต่บอกเลยว่าในส่วนของราคาค่อนข้างแพงเอาการเลยทีเดียว

 

7.ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงมากขึ้นจนผิดสังเกต

 

เมื่อตู้เย็นร้อน หรือเกิดปัญหาหนักขึ้น สิ่งที่จะช่วยสังเกตให้เห็นอย่างรวดเร็วมากที่สุดคือ ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงมากขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่เห็นได้ชัด ถ้าหากใครสังเกตเห็นให้ลองตรวจสอบตู้เย็นของตัวเองดูให้ละเอียด เพราะมันอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาได้เช่นกัน

 

 

   ปัญหาผนังของตู้เย็นร้อน... เป็นเรื่องธรรมดาของกระบวนการทำงานของตู้เย็น และสามารถที่จะลดความร้อนให้น้อยลงได้เพียงแค่ทำตามคำแนะนำที่ได้กล่าวถึงกันไปแล้วในข้างต้น แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องธรรมดา ก็ไม่ควรชะล่าใจ ควรหมั่นตรวจสอบตู้เย็นบ่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าตู้เย็นเครื่องโปรดยังอยู่ในสภาพที่ดี และพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ...

บทความแนะนำ